พระสถูปปาวาลเจดีย์ เป็นสถานที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปลงอายุสังขารเป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนั้นอีก 3 เดือน จึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน ที่กุสินารา ปัจจุบันปาวาลเจดีย์เหลือแต่ซากตอของเจดีย์ที่ทำด้วยหินแข็งมีสีเทา ซึ่งทางการญี่ปุ่นได้สร้างซุ้มมุงด้วยหลังคาสังกะสีเป็นทรงกลมทาสีขาวและมีรั้วเหล็กกั้นให้โดยรอบ
กูฏาคารศาลาวัดป่ามหาวันเป็นส่วนใหญ่ พระสูตรหลายพระสูตรเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้ และที่กูฏาคารศาลานี่เอง ที่เป็นที่ ๆ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี พระน้านางของพระพุทธองค์ พร้อมกับบริวาร สามารถอุปสมบทเป็นภิกษุณีได้เป็นครั้งแรกในโลก และในการเสด็จครั้งสุดท้ายของพระพุทธองค์ พระองค์ได้ทรงรับสวนมะม่วงของนางอัมพปาลี นางคณิกาประจำเมืองเวสาลี ซึ่งนางได้อุทิศถวายเป็นอารามในพระพุทธศาสนา ในช่วงไม่นานหลังพุทธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เมืองเวสาลีได้ตกไปอยู่ในอำนาจของแคว้นมคธ โดยการนำของพระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์แห่งราชคฤห์ คัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่า สาเหตุของการเสียเมืองแก่แคว้นมคธเพราะความแตกสามัคคีของเจ้าวัชชี เพราะการยุยงของวัสสการพราหมณ์ พราหมณ์ที่พระเจ้าอชาตศัตรูส่งเป็นไส้สึกเพื่อบ่อนทำลายภายใน เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูยกกองทัพมายึดเมืองจึงสามารถยึดได้โดยง่าย เพราะไม่มีเจ้าวัชชีองค์ใดต่อสู้ เพราะขัดแย้งกันเอง ทำให้แคว้นวัชชีล่มสลายและเมืองเวสาลีหมดฐานะเมืองหลวงแห่งแคว้นและตกไปอยู่ในอำนาจของแคว้นมคธ แต่จากเหตุการณ์ย้ายเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธหลายครั้งในช่วง พ.ศ. 70 ที่เริ่มจากอำมาตย์และราษฎรพร้อมใจกันถอดกษัตริย์นาคทัสสก์แห่งราชวงศ์ของพระเจ้าพิมพิสารแห่งราชคฤห์ออกจากพระราชบัลลังก์ และยกสุสูนาคอำมาตย์ซึ่งมีเชื้อสายเจ้าลิจฉวีในกรุงเวสาลีแห่งแคว้นวัชชีเก่า ให้เป็นกษัตริย์ตั้งราชวงศ์ใหม่แล้ว พระเจ้าสุสูนาคจึงได้ทำการย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธไปยังเมืองเวสาลีอันเป็นเมืองเดิมของตน ทำให้เมืองเวสาลีมีความสำคัญในฐานะเมืองหลวงอีกครั้ง แต่ทว่าก็เป็นเมืองหลวงได้ไม่นาน เพราะกษัตริย์พระองค์ต่อมาคือพระเจ้ากาลาโศกราช ผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุสูนาค ได้ย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธอีก จากเมืองเวสาลีไปยังเมืองปาตลีบุตร ทำให้เมืองเวสาลีถูกลดความสำคัญลงและถูกทิ้งร้าง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เมืองแห่งนี้ถูกทิ้งร้างอย่างสิ้นเชิงในช่วงพันปีถัดมา
พระมหาสถูปเกสะเรีย เป็นพระสถูปที่สูงที่สุดในโลก และยังเป็นต้นแบบการสร้างพระสถูปบุโรพุทโธที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซีย ขนาดองค์มหาสถูปเดิมจากฐานล่างถึงยอดคาดว่าน่าจะสูงถึง 150 ฟุต ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1,500 ฟุต เป็นพระสถูปที่มีฐานขนาดใหญ่และลดหลั่นขึ้นไปเป็นชั้นๆ ทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นจะมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานอยู่ทุกซุ้ม รายรอบองค์พระมหาสถูป แต่ทุกองค์ล้วนแต่ถูกตัดพระเศียรและถูกทุบทำลาย (จึงไม่ขอนำภาพมาลงให้ชม) มีจำนวนทั้งสิ้นถึง 150 องค์ ว่ากันว่าพระพุทธรูปทั้งหมดถูกทำลายในยุคที่กษัตริย์มุสลิมแห่งโมกุลปกครองอินเดีย ปัจจุบันสถูปเหลือความสูงเพียง 104 ฟุต เนื่องจากเกิดการพังทลายลงจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่รัฐพิหาร ปัจจุบันเริ่มมีนักแสวงบุญชาวต่างชาติเดินทางไปสักการะนมัสการพระสถูปแห่งนี้ แต่ก็ยังมีจำนวนน้อยมาก เพราะยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รับทราบอย่างกว้างขวาง และถนนเข้าไปยังสถานที่ตั้งพระสถูปก็ยังขรุขระมากและลำบากต่อการเดินทางไปถึง
Cr.บทความ เกื้อบุญดอดคอม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น